วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

12 สัญญาณชวนซึม ที่บอกให้รู้ว่าผู้ชายอยู่ในภาวะหดหู่

   เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงจะเคยเจอะเจอ หรืออาจจะประสบกับตัวเอง กับการคิดมากหรือจมปลักกับเรื่องบางเรื่องของคุณผู้ชายทั้งหลายที่ทำให้หดหู่ใจ ซึ่งเมื่อมีความคิดแบบนั้นเกิดขึ้น ก็จะมีแต่ผลเสียต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องของสภาพจิตใจและสภาพร่างกายที่พลอยจะแย่ตามไปด้วย ซึ่งผลเสียต่าง ๆ เหล่านั้น คือสิ่งที่ไม่อยากที่จะให้เกิดขึ้นกับใครเลยแม้แต่น้อย 
          ด้วยเหตุนี้เองทางเว็บไซต์ health.com จึงได้นำข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับสัญญาณอันตรายต่าง ๆ ที่บอกให้รู้ว่าผู้ชายอยู่ในภาวะหดหู่ มาฝากไว้ให้ได้เป็นความรู้ติดตัวไว้ เพื่อที่เมื่อเจอเรื่องแบบนี้ จะได้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที ฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่า สัญญาณอันตายที่ชวนซึมเศร้าต่าง ๆ นั้นจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ..

1. ดูอิดโรยอย่างผิดปกติ

          สิ่งหนึ่งที่เห็นได้เจนมาก ๆ ก็คือเรื่องของสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาคนนั้นจะลักษณะท่าทางที่ดูอิโรย เหน็ดเหนื่อย ขยับเขยื่อนร่างกายช้าลง ๆ ทั้งนี้จากผลการวิจัยโดยแพทย์จากโรงพยาบาลอลาบาม่า ระบุว่า เหตุที่ทำให้ผู้ชายดูอิดโรย เป็นผลมาจากสภาพจิตใจที่ไม่แฮปปี้เอาเสียเลย เสมือนจิตใจเกิดอาการป่วย และเมื่อจิตใจป่วยก็เหมือนเป็นการสั่งให้ร่างกายให้ได้ป่วยตามไปด้วยเหมือน กัน

2. ว่างเป็นต้องงีบ หรือไม่ก็ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า

          อีกหนึ่งสัญญาณที่พอมอง ๆ ออกได้บ้าง ก็คือเรื่องของการพักผ่อน ตามปกติแล้วคนเราควรที่จะนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย ๆ ก็สัก 10 - 12 ชั่วโมงต่อวัน แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดการหดหู่ใจ เวลาดังกล่าวจะถูกบั่นทอนไปด้วยการคิดมากและจมปลักกับเรื่องที่ทำให้เศร้าไป โดยปริยาย ซึ่งนั่นส่งผลให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอเท่าที่ควร และเมื่อเข้าไปทำงานในวันรุ่งขึ้น ก็เลยเกิดอาการว่างเป็นง่วง หรือไม่ก็นั่งตาค้างแบบไม่มีชีวิตชีวาอย่างที่คุณอาจจะเคยเห็น ๆ มาก่อนหน้านี้

3. ปวดท้องหรือปวดหลังอย่างไร้สาเหตุ

          สืบเนื่องจากทั้งข้อที่ 1 และ 2 ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ได้ดูแลอย่างดีเท่าที่ควร อาการทางร่างกาย ๆ ที่จะตามมาก็การปวดท้องหรือปวดหลังขึ้นมาแบบดื้อ ๆ ซึ่งก็น่าจะมีสาเหคุมาจากหลายปัจัย เช่น อาจจะนอนหรือนั่งกับที่อยู่เป็นเวลานาน ๆ จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการยึดตัว ส่วนอาการปวดท้องก็เช่น ไม่ยอมทานอาหารให้ตรงเวลา เพราะเอาเวลาส่วนนั้นไม่วนเวียนอยู่กับความรู้สึกที่ชวนหดหู่อยู่นั่นเอง

4. ฉุนเฉียวขึ้นมาได้ง่าย ๆ

          ถ้าคุณเกิดสงสัยในอาการที่เขาเป็นอยู่ ว่าเกิดอะไรขึ้นมีอะไรให้ช่วยหรือไม่ เขาก็จะต้องตอบมาในทำนองที่ว่า "ไม่เป็นไร ขออยู่คนเดียวสักพัก" แบบนี้แน่ ๆ และเมื่อถามซ้ำ ๆ เข้าหลาย ๆ คน ๆ หลายครั้ง เขาก็จะเกิดอารมณ์ที่ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที ดีไม่ดีจะพาลตะคอกเสียงใส่คุณให้หน้าชาขึ้นมาได้ ที่เป็นอย่างนั้นก็เนื่องมาจากเขาอยู่ในอารมณ์ที่ยังไม่พร้อมจะพูดหรือเล่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ใครฟังทั้งนั้น และเมื่อไปยุ่งหรือไปซักไซ้เขามาก ๆ เข้า ก็เลยเกิดความหงุดหงิดขึ้นมาในที่สุด

5. นั่งเหม่อลอย ไม่มีสมาธิ

          ถ้าวันดีคืนดี คุณเห็นคนข้างตัวคุณนั่งเหม่อลอยไปเรื่อย ทั้ง ๆ ที่มีสิ่งที่ต้องทำมากมายกองรออยู่ตรงหน้า คุณก็อย่าลืมช่วยสะกิดเขาให้กลับมามีสมาธิอย่างเดิมด้วย เพราะหากปล่อยให้เขานั่งเหม่อลอยคิดแต่เรื่องชวนเศร้าจิตเศร้าใจบ่อย ๆ นั้น ผลเสียต่าง ๆ นานาทั้งเรื่องของหน้าที่การงานและสุขภาพได้มาถามหาเขาแน่นอน ดังนั้น ทางที่ดีก็ควรลองหากิจกรรมให้เขาทำหรือกำหนดตัวงานให้เข้มงวดมากขึ้นให้เขา ได้คิด ได้ตัดสินใจ ก็จะเป็นตัวช่วยที่ดีอยู่ไม่น้อย

6. โกรธรุนแรงหรือมีความคิดแง่ร้ายเสมอ

          ก็อย่างว่าล่ะ เรื่องาวที่ทำให้หดหู่ใจ มักจะเป็นเรื่องแย่ ๆ อยู่เสมอ แล้วยิ่งไปคิดหรือนึกถึงมาก ๆ สภาพจิตใจก็พาลจะแย่ตามไปด้วย และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งที่มีใครเข้าไปกระตุกหนวดเสือหรือจี้คำพูดโดนความรู้นั้นเข้าล่ะก็ อารมณ์โกรธที่รุนแรงหรือความในแง่ร้ายต่าง ๆ ก็จะปะทุออกมาแบบกลั้นยังไงก็กลั้นไม่อยู่เลยทีเดียว ทั้งนี้วิธีแก้ปัญหาแบบนี้ ก็แค่อย่าให้เขาได้อยู่คนเดียวบ่อย ๆ พยายามไปสุงสิงหรือพาเขาไปเปิดหูเปิดตาเข้าไว้ เผื่อเขาจะได้ลืม ๆ เรื่องแย่ ๆ ในชีวิตไปบ้าง

7. ดูเครียดอย่างเห็นได้ชัด

          หลักการทางการแพทย์ได้ระบุไว้ว่า เมื่อใดก็ตามที่ผู้ชายมีความรู้สึกหดหู่มาก ๆ เข้าและต้องเจอกัยหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มเติมผสมเข้าไปอีก จิตใจจะสั่งการให้สมองทำงานหนักมากขึ้น และเมื่อสมองทำงานหนักมากขึ้น ๆ ความเครียดก็จะเกิดขึ้นทันที แถมความเครียดที่ว่ายังจะมีมากกว่าคนปกติทั่ว ๆ ไปอีกด้วย และถ้าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะทำให้เขาเกิดโรคเครียด หรือโรคประสาทตามมาได้

8. มีความวิตกกังวลตลอดเวลา

          นอกจากความเครียดที่เกิดขึ้นแล้ว อาการวิตกกังวลก็จะเกิดขึ้นตามมาด้วย แต่ความวิตกกังวลนั้นจะเหมือนกับที่ผุ้หญิงมักจะคิด ๆ กัน กล่าวคือผู้หญิงมักจะมีเรื่องให้ต้องวิตกกังวลมากมายหลายเรื่องพร้อม ๆ กัน แต่ผู้ชายจะวิตกกังวลอยู่กับเรื่องที่เขาหดหู่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่สำคัญไปกว่านั้น ผู้ชายโดยส่วนใหญ่มักจะไม่บอกเรื่องนี้ให้คนอื่นได้รู้เลย ถ้าหากเขาไม่พร้อมหรือไม่อยากที่จะเล่าจริง ๆ

9. ชอบพูดในเรื่องแย่ ๆ

          อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจริง ๆ ก็คือการที่เขาเลือกจะปลดปล่อยหรือลืม ๆ เรื่องราวชวนหดหู่นั้นด้วยการไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแบบเต็มที่ไม่มียั้ง แต่พอกินได้ที่ ฤกษ์สุราเริ่มออกทำงาน ทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดและเก็บมานาน ก็จะถึงคราวที่ได้พรั่งพรูออกมาแบบไม่ขาดสาย และถ้าถึงจุดพีกของการพูดระบายแล้วล่ะก็ นอกจากเรื่องที่ชวนหดหู่แล้ว เรื่องราวอื่น ๆ ที่เขาเก็บมานานและไม่เคยบอกใคร อาจจะเป็นเรื่องเพื่อน เรื่องที่ทำงาน หรือเรื่องใด ๆ ก็ตามแต่ ก็จะออกจากปากเขาด้วยเหมือนกัน

10. ไม่อยู่ในอารมณ์จะทำการบ้าน

          ปะติโถ! อย่าว่าแต่มีเรื่องให้ต้องหดหู่เลย ลำพังแค่เรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะทำเรื่องอย่างว่ากับคนรักเลย แม้แต่น้อย ครั้นจะทำตัวเองให้สดชื่น ดูเป็นผู้เป็นคนยังยากเลย แล้วนับประสาอะไรกับเรื่องบนเตียงล่ะถูกไหม? ต่อให้มีความสามารถในการทำเองนั้นได้ ก้เชื่อได้ว่าทำไปอย่างไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยอย่างแน่นอน ฉะนั้น เคลียร์เรื่องไม่สบายใจให้จบเสียก่อน แล้วค่อยไปสานต่อความรักอีกกี่ครั้งก็ได้ คราวนี้ไม่มีใครว่าอย่างแน่นอน

11. เกิดความละล้าละลัง

          เคยมีคนไข้รายหนึ่ง มาขอคำปรึกษากับแพทย์ ด้วยการเล่าอาการให้ฟังว่า "ผมทำงานเกี่ยวกับตัวเลข และไม่สามารถที่จะคิดเลขได้เลยแม้แต่น้อย แถมคนนั้น คนนี้ ก็เอาเรื่องราวต่าง ๆ ที่ต้องัดสินใจโยนมาให้ผมกันหมดเลย ผมทำอะไรไม่ถูก ผมไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ผมควรทำยังไงดีครับ?"

          คำขอนี้ เป็นคำขอที่แพทย์หลาย ๆ คนเข้าใจในสถานการณ์นั้น ๆ เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทั้งนั้น สาเหตุหลัก ๆ ก็เกิดจากการที่ไม่มีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบนั่นเอง เพราะว่าทั้งจิตใจและสมอง มีแต่เรื่องที่น่าหดหู่วนเวียนอยู่เต็มไปหมด ดังนั้นแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ก้มีอยู่ทางเดียวคือเริ่มจากตัวของผู้ให้ ให้พยายามยับยั้งตัวเอง หรือแยกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับหน้าที่การงานให้ห่างกันอย่างชัดเจน และพยายามลืมเรื่องแย่ ๆ นั้นซะ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว

12. มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

          อาการต่าง ๆ ที่ได้ว่ามา หากได้รับการรักษาหรือเยียวยาอย่างดี ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีและโชคดีมาก ๆ แต่กลับกัน หากเรื่อวที่น่าหดหู่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นปัญหาสะสมก่อตัวเป็น กำแพงในใจหนาขึ้น ๆ เรื่อย ๆ แล้วล่ะก็ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขั้นรุนแรงอย่างการคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย ก็เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ ๆ และเพื่อไม่ให้เรื่องเลวร้ายแบบนั้นเกิดขึ้น ทางที่ดีก็ควรมีการดูแลกันอย่างใกล้ชิด และคอยสังเกตุพฤติกรรมเอาไว้เสมอ ก็จะเป็นวิธีการที่ช่วยป้องกันได้อย่างดีทีเดียว

          จาก ทั้งหมดที่ได้ว่ามานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะประสบหรือพบเจอทั้งสิ้น แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก้ควรที่จะมีการดุแลกันอย่างใกล้ชิด ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอยู่เสมอ หรือทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้รับฟังที่ดี ก็จะเป็นทางออกที่ดีวิธีหนึ่งในการแก้ไขเรื่องราวชวนหดหู่ของคุณผุ้ชายทั้ง หลายให้ออกไปจากจิตใตและสมองอย่างเด็ดขาด

เคล็ดลับขจัดสิวส่วนเกินให้หมดไป

 


           หนุ่ม ๆ หลายคน คงต้องเผชิญกับปัญหาสิวที่ขยันผุดขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งบริเวณใบหน้า หรือแม้กระทั่งแผ่นหลังก็ตาม และไม่รู้ว่าจะยับยั้งหรือขจัดมันออกไปได้อย่างไร วันนี้ทางกระปุกดอทคอมได้นำเอาเคล็ดลับวิธีป้องกันและแก้ปัญหาสิวมาจากเว็บไซต์ modernman มาเผยให้ทราบกัน
           1. อาบน้ำให้สะอาดทุกวัน

           การอาบน้ำที่ว่า ไม่ใช่แค่การสาดน้ำโครม ๆ ใส่เท่านั้น แต่อยากให้คุณใส่ใจมากกว่านั้นสักนิดนึง โดยใช้ครีมอาบน้ำหรือสบู่ที่มีสารต้านเชื้อแบคทีเรียอาบน้ำ โดยเทลงฝ่ามือและค่อย ๆ นวดจนเป็นฟองขึ้นแล้วละเลงให้ทั่วตัว (รวมทั้งแผ่นหลัง) และใช้แปรงขัดตัว ค่อย ๆ ถูทำความสะอาดเพื่อขจัดเซลลผิวที่ตายแล้วและแบคทีเรียออกไป

           2. ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก

           หากคุณเป็นสิวแล้ว อย่าได้กังวลไป ให้ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (SALICYLIC ACID) ที่จะแทรกซึมลงตามรูขุมขนและขจัดสิ่งสกปรกออกไป แต้มลงไปเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จนสิวหายดีเป็นปกติ

           3. ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ

           ทั้งนี้เป็นไปได้ว่าบางคน อาจจะแพ้หรือได้รับผลข้างเคียงจากตัวยาที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก ซึ่งอาจจะทำให้ผิวแห้งและตกสะเก็ดจนเป็นแผล ดังนั้นให้คุณใช้โลชั่นทาในบริเวณที่เป็นสิว เพื่อให้มีความชุ่มชื้นกับผิวอยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อผิวแห้งมาก ๆ จะทำให้รู้สึกคันได้

           4. สวมเสื้อผ้าที่สะอาด

           หลังจากเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่ทำให้เสื้อผ้าคุณสกปรกแล้ว ควรรีบเปลี่ยนเสื้อหรืออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายโดยเร็ว เพราะมันจะนำพาสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นอย่าง เชื้อแบคทีเรีย ติดมากับเสื้อของคุณ หากหมักหมมไว้นานก็จะทำให้เกิดสิวขึ้นมาได้

           5. อย่าใช้กระเป๋าสะพายเป้

           อาจฟังดูแปลก แต่รู้มั้ยว่าการสะพายเป้นาน ๆ จะทำให้เหงื่อคุณออก โดยเฉพาะบริเวณใต้สายสะพายที่เป็นส่วนที่อับ ซึ่งอาจมีฝุ่น เชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกอื่น ๆ เข้าไปรวมอยู่ในบริเวณนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็ลองหันไปใช้กระเป๋าแบบอื่นดู เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิว

           เอา ล่ะ เมื่อเรารู้สาเหตุการเกิดของสิวและวิธีป้องกันคร่าว ๆ แล้ว คงพอที่จะป้องกันไม่ให้สิวโผล่ขึ้นมาตามหน้า ตามตัวก่อความรำคาญและทำให้เราหมดหล่อได้อีกต่อไป ทีนี้เรื่องสิวก็จะกลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋วสำหรับคุณไปเลยทันที

สังหารตัวการทำร้ายพุง

สังหารตัวการทำร้ายพุง (Men's Health)

          เร่งค้นหาศัตรูก็คอยขัดขวางการพยายามลดพุงย้วยของคุณ แล้วจัดการกับพวกมันซะ!

1.ความตั้งใจจริง

          จากการศึกษาของ The Centre for Human Nutrition ในสหรัฐฯ พบว่า 38 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เลิกบุหรี่ได้ มีหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นมากกว่าคนที่สูบบุหรี่เสียอีก สาเหตุมาจากการเคี้ยวหมากฝรั่งเลิกบุหรี่นั่นเอง เคล็ดลับมีอยู่ว่า ให้ดื่มกาแฟตามหลังการเคี้ยวหมากฝรั่งทันที เพื่อทำให้สมรรถภาพในการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นอีกเท่าตัว

2.นาฬิกาปลุกในตัวคุณ

          69 เปอร์เซ็นต์ของคนที่นอนหลับคืนละ 5-6 ชั่วโมง มีรูปร่างอ้วนกว่าคนที่นอนหลับ 7-8 ชั่วโมง จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยลาวาลในแคนาดา เนื่องจากการนอนไม่พอ เป็นเหตุทำให้ฮอร์โมนควบคุมความอยากอาหารลดน้อยลง และทำให้คุณเริ่มหิวบ่อยขึ้น แต่ข้อพิสูจน์อาจไม่จริงเสมอไป

3.การออกกำลังกาย

          ผลการค้นคว้าของมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิระบุว่า นักกีฬาที่เพิ่ม ๆ ลด ๆ น้ำหนักอยู่ตลอดเวลา มีโอกาสที่จะมีพุงพลุ้ยในอนาคต มากกว่าคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายถึง 2 เท่า ถ้าอย่างนั้นขอให้คุณอยู่บนลู่วิ่ง แทนที่จะไปจ่อคิวตักอาหารบุฟเฟต์แล้วกัน

4.จับเจ่าดูทีวี

          คนที่วัน ๆ เอาแต่นั่งจ้องเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนานเกิน 4 ชั่วโมง มีโอกาสที่จะอ้วนมากกว่าคนที่ดูโทรทัศน์น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน อ้างอิงจากผลสำรวจของ National Health and Nutrition Examination แต่ถ้ามองในแง่ดี พวกเขาก็รู้เรื่องฉลามและข่าวสารมากกว่าพวกเรานะ

5.ชีวิตแต่งงาน

          พันธะจากชีวิตคู่หยุดชะงักเร็วขนาดนั้นเชียวหรือ ข้อมูลจาก BMC Family Practice ชี้ว่า คนที่แต่งงานแล้วมักจะอ้วนลงพุงกว่าคนที่ไม่ได้แต่งงานราว 58 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องโทษฝีมือการทำอาหารของศรีภรรยาแล้วล่ะ

หนุ่ม ๆ อย่าลืมดูแลผิว หลังปาร์ตี้

AFTER SHOCK YOUR SKIN When Party is Over (Men’s Health)

เรื่อง นายแพทย์ประยูร เจนตระกูลโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก

          แน่นอนอยู่แล้วว่าคนส่วนใหญ่มักจะตื่นเต้น และเตรียมตัวกันเป็นพิเศษก่อนไปปาร์ตี้ แต่หลังปาร์ตี้นี่สิ ไม่ค่อยจะดูแลตัวเองกันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปงานที่ต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยแล้วล่ะก็ บางคนก็ฟุบหลับไปทั้งที่หน้าตาไม่ได้ล้าง น้ำไม่ได้อาบเลยก็มีเหมือนกัน ระวังไว้ให้ดีล่ะ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำลายผิว

แอลกอฮอล์มิใช่เพื่อนแท้

          ถ้าพูดถึงปาร์ตี้ แอลกอฮอล์มักจัดอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ ของสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับบางคน แอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งที่อาจสร้างสีสันให้กับงาน ทำให้คนรู้สึกผ่อนคลาย กล้าแสดงออก และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น แต่รู้ไหมว่าภายใต้ความสำราญที่มีอยู่นั่นเอง เจ้าแอลกอฮอล์กำลังทำร้ายร่างกายเราอยู่

          แอลกอฮอล์นอกจากจะทำให้ขาดสติ ทำให้มึนเมา ไม่เหมาะกับการขับขี่ยานพาหนะแล้ว ยังทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นสูงขึ้นในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพ ซีด เหี่ยวแห้ง หย่อนยาน เกิดริ้วรอยได้เร็วขึ้น และในบางคนอาจทำให้เป็นสิว หรือเป็นไฝแดงได้ง่ายขึ้นอีกด้วย สำหรับผู้เป็นโรคสะเก็ดเงินควรระมัดระวังในการดื่มเป็นพิเศษ เพราะอาการของโรคจะกำเริบขึ้นได้เมื่อดื่มแอลกอฮอล์

          เมื่อได้รับแอลกอฮอล์เข้าไปแล้ว ร่างกายของเราจะขับออกมาทางต่อมเหงื่อ ปัสสาวะ และลมหายใจ เราจึงสามารถได้กลิ่น และบอกได้เลยว่าคนไหนดื่มเหล้ามา ซึ่งนอกจากจะทำให้พี่ตำรวจตามด่านรู้ทันเราได้แล้ว กลิ่นเหล้าเหล่านี้ยังไม่ทำให้ดูเซ็กซี่ขึ้นเลย แม้แต่น้อย แถมยังน่ารังเกียจอีกต่างหาก ปกติแอลกอฮอล์จะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาที่ดื่มเหล้าถึงรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม เราควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายขับแอลกอฮอล์ออกมาได้เร็วมากขึ้น

          มีความเชื่ออยู่ว่า การดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยพอชิม ๆ จะช่วยทำให้ร่างกายและผิวพรรณดีขึ้น ความเชื่อที่ว่านี้อาจมีความจริงอยู่บ้าง ทั้งนี้เพราะในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิด มีส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตที่มีสารชะลอการเสื่อมสภาพของผิว และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เช่น สารฟลาโวนอยด์ที่มักพบในไวน์ แต่ต้องจำไว้เสมอว่า การดื่มเล็กน้อยแค่แก้วสองแก้วนั้น อาจดีต่อสุขภาพ ไม่ควรดื่มในปริมาณมาก ๆ เป็นอันขาด

บุหรี่-ปีศาจร้ายตัวจริง

          การ สูบบุหรี่นอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นและควันไม่พึงประสงค์ เป็นที่น่ารังเกียจของคนหมู่มากแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อร่างกายในทุกส่วนที่ควัน และสารในบุหรี่ได้เข้าไปสัมผัส ทั้ง นี้เพราะว่าสารประกอบในบุหรี่มีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง หรือ Carcinogen และสารที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือ Mutagenic ซึ่งเมื่อสารเหล่านี้ไปสัมผัสกับอวัยวะภายในร่างกาย ก็จะทำให้เซลล์ของอวัยวะนั้น ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้ง่ายต่อการเป็นมะเร็ง เพียงเท่านี้ฟังดูน่ากลัวพอหรือยังครับ

          นิโคตินในบุหรี่ยังเป็นสารเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ที่ไม่ได้มีคุณประโยชน์อะไรเลย แถมยังทำให้ผิวบางลง ผิวหย่อนยานได้ง่าย และผิวแห้งหยาบร้านคนที่สูบบุหรี่จึงมักแก่ก่อนวัยกว่าคนที่ไม่สูบ นอกจากนี้เวลาเกิดแผล แผลก็จะหายช้ากว่าปกติ สาเหตุเพราะสารในบุหรี่และควันบุหรี่ทำให้การไหลเวียนของเลือดช้าลง เมื่อเลือดไหลเวียนไม่ดี การรักษาตัวของแผลก็จะข้าตามไปด้วย แพทย์ผิวหนังถือว่าการสูบบุหรี่นั้น สามารถทำอันตรายผิวหนังได้รุนแรงพอ ๆ กับการโดนแสงแดดเผาเลยทีเดียว

          นอกจากนี้คราบน้ำมันดิน หรือ Tar ในบุหรี่ยังอาจติดตามมือ ทำให้มือและเล็บมีสีเหลืองน่าเกลียด และมีกลิ่นไม่สดชื่นติดอยู่ตลอดเวลา และน้ำมันดิน หรือสารประกอบอื่น ๆ ที่ออกมากับควันบุหรี่ยังเป็นมลพิษทางอากาศ รวมถึงอาจทำให้เกิดสิวได้ เมื่อ สัมผัสกับบุหรี่หรือควันบุหรี่แล้ว จึงควรล้างหน้า ล้างมือ อาบน้ำให้สะอาด อย่าลืมสระผมกับซักเสื้อผ้าด้วย เพราะคราบจากบุหรี่สามารถติดต่อเส้นผม และเสื้อผ้าได้เช่นกัน ทางแก้ที่ดีที่สุดคือ เลิกสูบบุหรี่ และอยู่ห่างไกลคนสูบบุหรี่ให้มากที่สุด


ตัวช่วยดูแลผิวประเภท Skin Base

          ใช่ว่าเดี๋ยวนี้ผู้หญิงจะใช้เครื่องสำอางเท่านั้น ผู้ชายก็ใช้บ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะเครื่องสำอางประเภท Skin Base ช่วยปรับสีผิว ทำให้หน้าดูเนียนเรียบ หรือครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ บางคนอาจจะเคยใช้กระดาษซับมันที่มีส่วนผสมของแป้ง หรือบางคนอาจใช้แป้งผสมรองพื้นเลยก็มี ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผลิตออกมาเฉพาะเพื่อหนุ่ม ๆ ก็มีให้เลือกมากมาย เวลาจะใช้อะไร ก็พิจารณาตามความชอบตามสภาพผิว แต่อย่าลืม ล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนด้วย

          ปัญหา ที่มักเกิดกับนักปาร์ตี้ทั้งหลายคือ เมาหรือเหนื่อยจนหลับไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำ หรือทำความสะอาดใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดผื่นแพ้เครื่องสำอางและสิวได้ง่าย การสระผมให้สะอาดก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากผมจะได้สัมผัสฝุ่นละออง ควันบุหรี่ และสิ่งสกปรกอื่น ๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์แต่งผมก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้อีกด้วย เวลากลางวันปกติผมอาจจะไม่ค่อยได้สัมผัสกับใบหน้าสักเท่าไร แต่เวลานอน โดยเฉพาะคนที่นอนดิ้น เส้นผมที่เคลือบไปด้วยแวกซ์ใส่ผมและฝุ่นละอองคงโดนกับผิวหน้าไปเต็ม ๆ โดยทั่วไปสิวจะไม่เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่มักจะเกิดหลังจากวันเกิดเหตุไปแล้ว ประมาณ 5-10 วัน หากหลังจากสองอาทิตย์แล้วไม่มีสิวขึ้น ก็ถือว่าคุณเป็นคนที่โชคดีมาก

          อย่างไรก็ตาม การล้างหน้า เส้นผมและร่างกายให้สะอาดก่อนนอน นอกจากจะช่วยป้องกันสาเหตุการเกิดสิวแล้ว ยังทำให้ผิวหนังได้ผ่อนคลายและทำให้หลับสบายขึ้นอีกด้วย อย่าลืมทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อบำรุงผิวก่อนนอนด้วยล่ะ ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เข้มข้นกว่าปกติ เพื่อเป็นการดูแลผิวแบบเป็นพิเศษ

อดหลับอดนอน

          Work Hard, Play Hard ทำงานหนัก ก็ไปปาร์ตี้พักผ่อนสนุกให้เต็มที่แบบไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็ดีแล้ว แต่เมื่อตื่นจากฝันและพบว่าต้องกลับมาสู่ความจริง นอกจากอาจจะยัง ปรับใจไม่ทันแล้ว ร่างกายอาจจะยังปรับไม่ทันอีกด้วย โดยเฉพาะหลังการปาร์ตี้อันหนักหน่วง ตื่นเช้าขึ้นมามักพบกับผิวหน้าที่แห้งกร้าน หน้าบวม ใต้ตาดำ ปวดเมื่อยตัว หูอื้อ เสียงแหบแห้ง

          วิธี แก้ไขเบื้องต้นที่ควรทำคือ ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ทั้งนี้ เพราะว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของเลือดและในกล้ามเนื้อ พวกสารแปลกปลอมที่เราบริโภคเข้าไปมักมีความเข้มข้นมากกว่าเลือดของเรา น้ำ ที่อยู่ในชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อจึงต้องออสโมซิสเข้าไปในเลือด เพื่อที่จะทำให้เลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถคงความเป็นปกติของระบบการไหลเวียนของระบบโลหิตไว้ได้ นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผิวของเรามักแห้งกร้าน เหมือนขาดน้ำหลังจากการดื่มเหล้า โดยเฉพาะผิวหน้าที่มีความบอบบางกว่า

          นอกจากนี้ในเหล้าเองก็มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอยู่แล้ว น้ำที่อยู่ในร่างกายเลยยิ่งเหลือน้อยลงขึ้นไปอีก ใต้ตาที่สีดำคล้ำขึ้นก็เกิดจากเส้นเลือดบริเวณผิวได้ตาที่ขยายขนาดโตขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือด และจะเห็นความดำคล้ำได้มากขึ้นในคนที่มีผิวหนัง ส่วนที่หูอื้อหรือเสียงแหบแห้งนั้นอาจเป็นเพราะอยู่ในที่เสียงดัง หรือตะโกนมากไปมากกว่า

ปรับตัวปรับใจ

          นอกจากการดื่มน้ำเปล่าให้เยอะ ๆ แล้ว การดื่มน้ำผลไม้ หรือรับประทานวิตามินเสริม ก็สามารถช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากปาร์ตี้ได้ น้ำผลไม้รวมแท้แบบไม่ผสมจะมีวิตามินสูง ซึ่งวิตามินในผลไม้เหล่านี้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพ ของเซลล์ในร่างกาย สำหรับคนที่เน้นดื่มแต่ไม่เน้นอาหาร ก็อาจมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำเกิดร่วมขึ้นได้ จึงอาจต้องดื่มน้ำหวานหรือน้ำผสมผงเกลือแร่เพิ่มด้วย

          การไปนวดผ่อนคลายหรือไปสปา ก็สามารถช่วยให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ หากรู้สึกไม่ค่อยสบายผิว แต่ไม่มีเวลาไปนวดก็อาจใช้ผ้าอุ่น ๆ ประคบผิวหน้า เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้นได้ ในวัยรุ่นแม้ว่าจะปาร์ตี้หนักแค่ไหน ร่างกายอาจใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการฟื้นตัว แต่พออายุมากขึ้นเซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพลง และผิวจะกลับมาสดใสได้ยาก หากผิวหน้ามีสภาพแย่จริง ๆ อาจต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง หรือพึ่งเทคโนโลยีพวกเลเซอร์รักษาผิวหนังต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ชั้นผิวหนังกลับมาแข็งแรงได้เหมือนเดิม

          การดูแลสุขภาพนั้นต้องดูแลทั้งจากภายในและภายนอก ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ควรทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการและมีสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ หาเวลาไปเที่ยวผ่อนคลายบ้าง หลีกเลี่ยงการนอนดึกและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สำคัญ "งดสูบบุหรี่" เพียงเท่านี้ก็ฟิตแอนด์เฟิร์มทั้งกายและใจไปได้อีกนานครับ

HPV ไวรัสมะเร็งปากมดลูก... ผู้ชายก็เป็นได้

HPV ไวรัสมะเร็งปากมดลูก... ผู้ชายก็เป็นได้ (Momypedia)

        รู้จัก ไวรัส HPV กันบ้างไหม บางคนอาจจะทำหน้างงกันอยู่ แต่หลายคนก็ร้องอ๋อขึ้นมาเลยโดยเฉพาะสาว ๆ ที่ทราบกันดีว่า เจ้าไวรัส HPV ตัวดีตัวนี้แหละที่ทำให้เกิด มะเร็งปากมดลูก และคร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ทราบอีกอย่างหนึ่งหรือไม่ว่า ไวรัสตัวนี้ก็ทำให้เกิด มะเร็งอวัยวะเพศและมะเร็งทวารหนักในผู้ชายได้เช่นกัน

 ไวรัส HPV คืออะไร

        HPV หรือ Human Papilloma Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ ติดต่อกันได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย จากการวิจัยพบว่ามีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่จะมีเพียง 30 สายพันธุ์ใหญ่ ๆ ที่มักจะตรวจพบบ่อยว่าทำให้เกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ โรคมะเร็ง รวมไปถึงหูดตามผิวหนัง โดยปกติแล้วเมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้วก็จะหายไปเองโดยไม่ต้องรักษา แต่ก็จะมีบางสายพันธุ์ที่ร้ายแรงและอยู่ในร่างกายได้นานจนทำให้เกิดโรค เช่น สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นต้น จากการทดสอบพบว่าผู้ชายเป็นพาหะของเชื้อ HPV โดยเฉพาะในผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อ HPV และติดต่อไปยังผู้หญิง รวมไปถึงทำให้เกิดโรคกับตัวเองด้วย

ไวรัส HPV ติดต่อกันได้อย่างไร       

        เราจะได้รับเชื้อ HPV จากการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ทั้งทางช่องคลอดหรือทวารหนัก แบบสอดใส่หรือสัมผัสภายนอก หรือแม้แต่การช่วยตัวเอง ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์แบบ สวมถุงยางอนามัยก็ไม่ช่วยป้องกันได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสยังมีอยู่ที่บริเวณอื่น เช่น นิ้วมือ ต้นขา หรือบริเวณใกล้เคียงอวัยวะสืบพันธุ์และติดต่อได้ทั้งจากการมี เพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง หญิงหญิง หรือชายชาย จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้ชายได้รับเชื้อ HPV

        โดยทั่วไปเราจะพบว่าไวรัสนี้จะทำให้เกิด มะเร็งปากมดลูก ในผู้หญิง รวมถึงมะเร็งคอ ผู้ชายวัยเจริญพันธุ์ที่มีเชื้อ HPV อาจจะทำให้เกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ ถึงแม้ว่าจะพบการติดเชื้อได้บ่อยในผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่ไม่เกิดอาการและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากเท่าใดนัก แต่หากผู้ชายได้รับเชื้อ HPV และเกิดการสะสมมาก ๆ ก็ทำให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน คือ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศ (โดยเฉพาะผู้ที่ได้ขลิบอวัยวะเพศแล้ว) มะเร็งคอ หรือ เริมที่ปาก ซึ่งจากการสำรวจพบว่าจะพบมากในกลุ่มชายรักชายเป็นส่วนใหญ่

การป้องกัน HPV ในผู้ชาย

        วัคซีนป้องกัน HPV ในปัจจุบันมีผลการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงโดยเฉพาะ แต่ยังไม่มีผลการวิจัยไหนที่ชี้ว่าวัคซีนนี้มีผลการป้องกันมะเร็งที่เกิดจาก เชื้อ HPVในผู้ชายได้ด้วย แต่โดยหลักการแล้วยังต้องมีการคิดค้นวัคซีนตัวใหม่ขึ้นเพื่อป้องกันการเกิด มะเร็งจากเชื้อ HPV สำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ แต่ในขณะนี้บริษัท Merck & Co กำลังส่งวัคซีนป้องกันมะเร็งทวารหนักให้องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ อนุมัติ ซึ่งหากผ่านการทดสอบแล้ววัคซีนตัวนี้ก็จะสามารถป้องกันมะเร็งทวารหนักได้ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง รวมไปถึงมะเร็งที่เกิดจาก HPV ในคู่รักแบบชายรักชายด้วย

        แม้ว่าผู้ชายจะเป็นพาหะ HPV มาสู่ผู้หญิง แต่ไวรัสนี้ก็สามารถย้อนกลับไปทำลายสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ชายได้เช่น กัน ดังนั้นหากยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีป้องกันอื่น ๆ ก็ใครหมั่นดูแลและตรวจสุขภาพเป็นประจำ ที่สำคัญคือไม่ควรอายที่จะให้แพทย์ตรวจอวัยวะเพศที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อไวรัส เพราะคุณอาจจะเสียใจที่รู้ตัวเมื่อสายไปแล้ว และไม่ควรมีหรือเปลี่ยนคู่นอนหลาย ๆ คน เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการกระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นด้วย

5 สิ่งที่อย่าได้ทำก่อนนอน เพื่อการหลับอย่างสบาย


          เมื่อพูดถึงการพักผ่อนที่ ดีที่สุดนั้น "การนอน" คือสิ่งที่ช่วยให้ร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยมานานแสนนานตลอดทั้งวัน ได้รับการผ่อนคลายและพักผ่อนเพื่อให้เกิดความพร้อมในการใช้แรงต่อ ๆ ไปในวันรุ่งขึ้น แต่ทว่า หลาย ๆ คนยังคงมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ขัดขืนการพักผ่อนกันอยู่พอสมควร ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งสิ้น ดีไม่ดียังจะทำให้ได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รุมเร้าตามมาอีกมากมาย

          ด้วยเหตุนี้ ทางเว็บไซต์ ivillage.com จึงได้เป็นห่วงในสุภาพของทุก ๆ ท่าน และได้รวบรวมเอา 5 พฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยน ซึ่งอย่าได้ทำก่อนนอน เพื่อให้การหลับของคุณเป็นไปอย่างสบาย ๆ ฉะนั้นแล้ว เราไปดูกันว่าทั้ง 5 สิ่งนั้นจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยยย..




1. กินอาหารมื้อดึก

          มื้ออาหารที่ทุก ๆ คนควรจะกินและรู้กันดีอยู่แล้วนั้นมีอยู่ 3 มื้อหลัก คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น แต่สำหรับคนที่มีนิสัยชอบเพิ่มมื้อดึกเข้ามาในชีวิตประจำวันด้วยแล้วล่ะก็ เราขอเตือนเลยว่าหยุดพฤติกรรมนั้นซะเถอะ เพราะจากผลวิจัยทางการแพทย์นั้น ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนเลยว่า การทานอาหารมื้อดึกมีแต่จะส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของร่างกายมาก ๆ อาทิเช่น ระบบย่อยอาหาร การสะสมไขมัน ระบบทางเดินหายใจ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนั้นล้วนแล้วจะทำให้คุณเกิดความรู้สึกที่อึดอัด พาลแต่จะทำให้ร่างกายเสียหายลงทุกวัน ๆ แถมยังทำให้คุณได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพออีกด้วย



2. การเลือกดูสื่อทางโทรทัศน์

          อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการนอนหลับของคุณโดยตรงก็คือการรับชม โทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็น การติดตามข่าวสารบ้านเมือง การรับชมละคร - ภาพยนตร์ประเภทต่าง ๆ ที่ชวนหดหู่ น่ากลัว ๆ อย่างแนวดราม่า สยองขวัญ ฯลฯ เหล่านี้เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะครับ เพราะเมื่อคุณดูสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปแล้ว สมองก็จะจดจำเรื่องที่เพิ่งผ่านตาคุณไป แล้วก็จำลับในฉายให้คุณได้ดูอีกครั้งเมื่อคุณได้นอนหลับไปแล้ว ซึ่งนั่นเองก็จะทำให้คุณอาจจะฝันร้ายหรือฝันถึงเรื่องเครียด ๆ นั้นได้ด้วย หรือบางทีคุณอาจจะตกใจกับสิ่งที่ฝันจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก็เป็นไปได้ด้วยเหมือนกัน

          ดังนั้นทางที่ดี คุณน่าจะลองหากิจจกรรมอื่น ๆ ทำทดแทน เช่น อ่านหนังสือดี ๆ ที่มีเนื้อหาผ่อนคลายสบายสมอง หรือจะนั่งสมาธิ สวดมนต์ทำจิตใตให้สงบ ก็เป็นตัวเลือกที่ดูจะเข้าท่ากว่าเยอะเลยล่ะ
 
3. เอางานกลับมาทำที่บ้าน

          การขยันทำงานเป็นเรื่องที่ดี ที่ควรทำมาก ๆ แต่ทว่า หากขยันมากไปจนเกินเหตุ เอางานกลับมาทำที่บ้านด้วยนั้น ดูจะเป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเอางานกลับมาทำที่บ้าน นั่นจะเท่ากับว่าเป็นการหั่นเวลาในการพักผ่อนของคุณให้ลดน้อยลงตามไปด้วย แถมยังจะทำให้เกิดความเครียดโดยใช่เหตุจากงานที่เคลียร์ไม่เสร็จ แล้วก็ทำให้คุณกลายเป็นคนที่นอนไม่หลับไปในที่สุด

          ทางที่ดีก็ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสมและแยกกันชัดเจน ทำงานก็ทำให้เต็มที่ เลิกงานแล้วก็กลับมาพักผ่อนที่บ้าน หรือไปหากิจกรรมบันเทิงอารมณ์ทำ เช่นไปสังสรรค์ หรือไปออกกำลังกาย จะเป็นประโยชน์ต่อคุณมากกว่าการเอางานกลับมาทำที่บ้านอยู่หลายเท่าตัวเลยที เดียว



4. พูดมากเกินไป ไม่ดี๊..ไม่ดี

          ใครที่มีนิสัยห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่กับการพูด ทั้งการคุยโทรศัพท์ การคุยแบบปากเปล่าเห็นหน้า  หรือจะวิธีการใด ๆ ก็ตามแต่ ขอให้ลองเพลา ๆ ดูบ้างนะครับ ประเภทที่ว่าคุยมันทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องใหญ่ระดับจักรวาล ไปจนถึงเรื่องเล็ก ๆ เท่าหูมด ก็คุยแบบไม่บันยะบันยังนี่ละ ๆ ไว้บ้าง เก็บไว้คุยวันอื่น ๆ บ้างก็ได้ เพราะอย่างที่บอกว่าการเข้านอนหมายถึงให้ร่างกายได้พักผ่อน ปากคุณก็ต้องพักผ่อนตามร่างกายส่วนอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน เก็บแรงไว้บ้าง ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด

5. การพาลูกเข้านอน

          สำหรับผู้ที่เป็นคุณแม่มือใหม่ทุก ๆ ท่าน แม้ว่าคุณจะรักและอยากดูแลเจ้าตัวน้อยแบบใกล้ชิดมากสักเพียงไหน คุณเองก็ควรที่จะต้องดูแลตัวเองให้ดีเหมือนที่ดูแลลูกด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้านอนแล้ว ก็ควรจะเข้านอนให้เป็นเวลาอย่างยิ่ง เนื่องจากตลอดทั้งวันที่ผ่านมา คุณแม่นั้นเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนั่นเอง

          จากคำแนะนำของกุมารแพทย์หลาย ๆ คนระบุตรงกันว่า วิธีการที่ดีที่สุดเพื่อที่คุณแม่จะได้รับการพักผ่อนอย่างมากที่สุดและไม่ ต้องเป็นห่วงหรือกังวลลูกมากจนเกินไปก็คือ หาเตียงนอนของลูกมาอยู่ใกล้ ๆ กับตัวคุณแม่ เพราะถ้าหากลูกตื่นขึ้นมาร้องตอนกลางคืน คุณแม่ก็จะได้ไม่ต้องลุกไปกล่อมลูกในทางไกล ๆ หรือไม่ก็แบ่งเวลากับคุณพ่อให้ช่วย ๆ กันสับเปลี่ยนลุกขึ้นมาดูลูกด้วย ก็จะเป็นวิธีการที่ช่วยได้ดีเหมือนกัน

          ได้ รู้แบบนี้แล้ว ใครที่ยังเป็นอยู่ก็อย่าลืมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันด้วยนะครับ เพื่อการนอนหลับอย่างสบาย ๆ และเพื่อสุขภาพที่ควรจะแข็งแรงต่อไป ด้วยความปรารถนาดีจากกระปุกดอทคอมครับผม..

9 อาหารชวนคุณหนุ่ม ๆ หลับฝันดี

9 อาหารชวนหลับฝันดี (Men's Health)

          ภาวะความเครียดจากการงาน หรือเรื่องส่วนตัว บวกกับอากาศที่ร้อน อบอ้าวในห้องนอน อาจทำให้คุณข่มตาหลับได้ยาก แต่อาหาร 9 ชนิดที่เรานำมาฝากนี้จะช่วยให้คุณหลับผล็อยจนลืมตื่นไปเลยล่ะ

1.ไวน์แดง


ไวน์แดง

          หนุ่มนักดื่มเตรียมเฮได้เลยครับ เมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิลานพบว่า ไวน์แดงช่วยให้คุณหลับสนิทได้ เพราะในไวน์มีสารเมลาโทนินที่ทำให้รู้สึกง่วงนอน ดร.คริส อิดสิโกว์สกี ผู้อำนวยการศูนย์การนอนหลับแห่ง เอดินบะระ เสริมว่า

          "ถ้าไวน์แดงช่วยให้นอนหลับได้ก็ดื่มไปเลยครับ แต่ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินจะกันการนอนหลับช่วง REM" (เป็นช่วงที่ร่างกายหลับแต่สมองยังทำงานอยู่ ทำให้คนเราฝัน) และทำให้ลมหายใจเหม็นในตอนเช้า เอาเป็นว่าค่อย ๆ จิบทีละนิดดีกว่าครับ

2.กล้วย

กล้วย


          แมนดา แฮมิลตัน นักโภชนาการ กล่าวว่า "กล้วยเป็นแหล่งชั้นเยี่ยมของทริปโตฟาน สารเคมีที่ทำให้รู้สึกง่วงนอน และวิตามินบี ซึ่งช่วยหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ที่มีส่วนสำคัญต่อการนอนหลับ แถมกล้วยยังย่อยง่ายอีกด้วย"

          ลองปั่นกล้วยผสมนมอุ่นและน้ำผึ้งดูนะครับ

3.ขนมปังขาว


ขนมปัง

          เหมาะสำหรับคนหลับยาก โดยเฉพาะ ดร.แสรรี รักซ์ตัน ผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า "จากการวิจัยของชาวออสเตรเลียเมื่อไม่นานนี้พบว่า อาหารที่มีระดับคาร์โบไฮเดรตสูง ดีกว่าอาหารที่มีระดับคาร์โบไฮเดรตต่ำ เพราะช่วยให้นอนหลับเร็วขึ้น หนุ่ม ๆ ที่มีปัญหานอนหลับยาก ลองทานขนมปังขาวก่อนที่จะเข้านอน รับรองว่าได้ผลกว่าการนอนนับแกะแน่นอน"

4.โยเกิร์ต

โยเกิร์ต


          หนุ่ม ๆ ทราบหรือไม่ครับว่า สาเหตุหลักของการนอนไม่หลับเกิดจากอาหารไม่ย่อย นั่นเอง ถ้าวันไหนคุณรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง ลองทานโยเกิร์ต รสธรรมชาติสัก 2-3 ช้อน เพื่อหยุดอาการท้องร้อง แฮมิลตัน กล่าวว่า "โปรไบโอติกส์ในโยเกิร์ตช่วยกระตุ้นการทำงานของแบคทีเรีย ทำให้ร่างกายย่อยโปรตีน และดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นต่อการนอนหลับได้ดีขึ้น"

5.เมล็ดธัญพืช

ถั่ว

          นอกจากจะมีโปรตีนแล้ว เมล็ดธัญพืชยังอุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี ซีลีเนียม และสังกะสี ที่ช่วยป้องกันการทำลายสารอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นยังมีแมกนีเซียมและแคลเซียม ที่ช่วยกระตุ้นการนอนหลับด้วยอีกอย่างนะครับสังกะสี จำเป็นมากต่ออวัยวะสืบพันธ์ ซึ่งขาดไม่ได้ในการทำกิจกรรมก่อน เข้านอน เห็นไหมครับว่า สังกะสีสำคัญมากขนาดไหน ถ้าขาดไปล่ะแย่น่าดู รีบไปหาเมล็ดธัญพืชทานกันดีกว่าครับ

6.ถั่ว

ถั่วลิสง

          เหมาะสำหรับคนที่ตื่นกลางดึกบ่อย ๆ เพราะถั่วอุดมไปด้วย แมกนีเซียม แร่ธาตุที่ได้ ชื่อว่าเป็นยากล่อมประสาท โดยธรรมชาติเพราะถั่วทำให้มีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลาย พอลแชมเบอร์เลน นักโภชนาการ กล่าวว่า "จากการศึกษาพบว่า ถั่วมีประโยชน์ในการต่อสู้กับโรคนอนไม่หลับ แบบที่ 2 นั่นคือหลับได้ดี แต่ชอบตื่นมากลางดึก" แต่ถ้าทานมากไปอาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ครับ

7.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง

          คุณอยากลดน้ำหนักตอนนอนหรือเปล่าครับ น้ำผึ้งช่วยคุณได้นะ "สี่ชั่วโมงแรกของการนอนหลับ จะเป็นช่วงที่ต่อมใต้สมองกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ย่อยสลายไขมัน การทานน้ำผึ้งจะไปช่วยกระตุ้นการทำงานของตับ ทำให้เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น" ไมค์ แมคอินส์ นักโภชนาการ กล่าว ลองใส่น้ำผึ้งสักซ้อนในนมอุ่น ๆ ดูสิครับ

8.นม

นมเสริมแคลเซียม

          นมอุ่น ๆ ก่อนนอนเป็นวิธีรักษาอาการนอนไม่หลับมายาวนานแล้ว ดร.เนล แสตนลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ กล่าวว่า "การดื่มนมก่อนนอนเป็นการเตรียมตัวที่สำคัญ เพราะเป็นการส่งสัญญาณไปที่สมองว่าได้เวลาเข้านอนแล้ว" นอกจากนี้แคลเซียมในนม ยังช่วยสมองจัดการทริปโตฟานที่หลงเหลือ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้เราง่วงนอน

9.มินต์

มินต์

          พืชตระกูลเดียวกันกับใบสะระแหน่นั่นเองครับ ถึงมินต์จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นมาก แต่มันก็สามารถผ่อนคลายเส้นประสาท และระบบย่อยอาหารได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ นั่นทำให้ชามินต์เป็นตัวเลือกที่ดีหลังจากอาหารเย็น หรือจะลองผสมโยเกิร์ต รสธรรมชาติกับน้ำมะนาว ทำเป็นเครื่องดื่มมินต์ปั่น ก็เข้าท่าไปอีกแบบครับ

อาหารเบา ๆ ที่ช่วยให้นอนหลับ

          ลองคิดสักนิดก่อนทานมื้อเย็นดูนะครับ อาหารบางชนิดช่วยให้คุณหลับสนิทได้

          ผู้เชี่ยวชาญที่ Sleep Council ประเทศอังกฤษพบว่า แซนด์วิชที่ช่วยให้หลับประกอบไปด้วย กล้วย ผักกาด และมาร์ไมค์ (ครีมข้นหนืด สีน้ำตาลเข้ม รสเค็ม สำหรับทาขนมปัง เป็นที่นิยมในอังกฤษและอีกหลายชาติในยุโรป) แต่คุณคงต้องอดนอนมากและคิดอะไรไม่ออกถึงจะพานแซนด์วิชสูตรนี้ได้ แมนดา แฮมิลตัน แนะนำให้ลองทานไก่งวง กล้วยหอม และเนยถั่ว ตบท้ายด้วยนมอุ่น ๆ หนึ่งแก้ว รับรองครับว่าคุณจะหลับปุ๋ยเหมือนเด็กแน่นอน ดร.คริส อิดสิโกว์สกี เพิ่มเติมว่า

          "ควรเข้านอน 1 ชั่วโมงหลังจากทานอาหารเบาๆ หรือ 3-4 ชั่วโมงหลังจากอาหารมื้อใหญ่"

          นั่นหมายความว่า...ห้ามนอนทันทีหลังมื้ออาหาร เพราะหากคุณลงพุงและน้ำหนักขึ้นจะหาว่าผมไม่เตือนนะครับ